สวัสดีค่ะทุกคน!!!
 
จริง ๆ แล้วตอนนี้ก็กลับมาเมืองไทยได้หลายปีแล้วค่ะ
ก็ยังคงคิดถึงอินเดียอยู่ทุกลมหายใจ (เวอร์ไปป่ะ?)
คิดถึงความลำบากที่ต้องฝ่าฟัน  และความอิสระในการใช้ชีวิตที่โน่น
 
ตอนอยู่ที่โน่นคิดว่าเมืองไทยเนี่ยแหละล้ำเลิศ โคตรคิดถึงอ่ะ
แต่พอกลับมาอยู่เมืองไทยจริง ๆ 
กลับเริ่มคิดถึงชีวิตที่ลำบากลำบน
ที่ต้องฝ่าฟันมรสุมชีวิตทุกวัน (นี่แกเป็นโอชินเหรอ?) 
อยากกลับไปมีชีวิตที่อิสระเหมือนเดิม
 
เมื่อก่อนยอมรับว่าเกลียดคนอินเดียมาก ๆ ค่ะ
แต่พอกลับมาเมืองไทย ลองมานั่งคิดดีๆ
ก็ทำให้เข้าใจคนอินเดียในมองมุมที่ต่างออกไป
อินเดียทำให้โจ๊ก เป็นโจ๊กมาจนถึงทุกวันนี้
(เอ่อ... อินเดียไม่มีโจ๊กขายนะคะ คือ จ.ข.บ ชื่อโจ๊กอะค่ะ)
อินเดียทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เข้าใจชีวิตมากขึ้น 
นี่แหละสิ่งที่ได้มาจากอินเดีย
 
เมื่อคิดถึง ก็เลยอยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับอินเดียต่อไปค่ะ
ให้คนที่สนใจอยากจะไปแต่ยังไม่เข้าใจความเป็นอินเดีย
ให้เหลือบมองอีกมุมนึง  ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
 
เอาละค่ะ มีสาระกันมามากแล้ว (ตรงไหน?)
มาเข้าเรื่องที่ไม่ค่อยมีสาระแต่บันเทิงกันบ้างแล้วกันนะคะ
 
วันนั้นเป็นวันที่ 17 ธันวาคม 2550 (ผ่านมา 4 ปีกว่า ๆ แล้วค่ะ)
เป็นครั้งแรกที่ออกไปเที่ยวไกลจาก Bangalore  
(ตอนนี้เปลี่ยนเป็น Bengaluru แล้ว แต่โจ๊กก็ยังคงติดคำว่า "บังกะลอว์" อยู่ดีอ่ะค่ะ)
เรามี Plan ไปเที่ยว Taj Mahal (ทัชมาฮาล) ที่เมือง Agra (เมืองอัครา) ก่อน
 แล้วจากนั้นก็จะไป Delhi (เมืองเดลลี) โดยนั่งรถบัส ประมาณ 5 ชั่วโมง
และเดินทางจาก Delhi (เมืองเดลลี)  ไป Aligarh (เมืองอัลเลกัต)
ซึ่งเป็นเมืองแห่งมุสลิมกันค่ะ จากนั้นเราจะกลับมาเที่ยว Delhi (เมืองเดลลี) กันต่อ
แล้วเดินทางกลับมา Bangalore อย่างสวัสดิภาพ
โดยใช้เวลาทั้งหมด 10 วันค่ะ
 
โดยใช้เวลาอยู่บนรถไฟประมาณ 2 วัน 1 คืน ทั้งไปและกลับค่ะ!!! แค่ฟังก็สนุกแล้วใช่ม๊ะ?
แต่อยากจะบอกว่า ทั้งสนุก ทั้งสลด ไปพร้อม ๆ กันแหละค่ะ 
 
นี่เป็นรูปร่างหน้าตารถไฟที่ใช้โดยทั่งไปในอินเดียค่ะ จะออกสีฟ้าๆ แบบนี้สำหรับรถไปโดยสาร
 
 
ด้านในของรถไฟปรับอากาศชั้น 3 (AC3)
 
ทางเดินอันแสนแคบ
 
ตอนไปก็ไปแบบดี ๆ อ่ะค่ะ นั่งแบบปรับอากาศชั้น 3 ไป
ชั้นนี้จะมีผ้าปูที่นอน และปลอกหมอนสีขาวให้ค่ะ
(ช่างกล้าใช้สีขาวเนอะ แต่ที่แน่ ๆ เดี้ยนก็กล้าใช้เนอะ!)
มีปลอกหมอนให้ก็จริง แต่โจ๊กไม่มีหมอนค่ะ
เพราะไม่ได้เตรียมไป เลยเอากระเป๋าต่างหมอนมันซะเลย
เจ็บหัวหน่อย แต่ก็พอนอนได้อ่ะค่ะ
 
ที่สำคัญมีปลั๊กไฟให้เสียบมือถือซะด้วย
คนอินเดีย มันก็ไม่กลัวหายกันเล้ย
มาเสียบทิ้งไว้ซะงั้น แบบว่าปลั๊กไม่เคยว่าง
ตลอดการเดินทางอ่ะค่ะ
แต่โจ๊กไม่ได้เสียบนะคะ เตรียมตัวมาดี
แต่จริง ๆ กลัวหายด้วยแหละ
 
ที่น่าแปลกใจคือชองนึง (เรียกเป็นมาม่าซะงั้น!)
นอนได้ 8 คนค่ะ!!!
Amazing.....
สงสัยใช่มั้ยค่ะ ว่ามันยัดกันลงไปได้ยังไง
(จริง ๆ โจ๊กก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าตูอยู่ไปได้ยังไง?)
 

เชื่อมั้ย? ว่าทั้งหมดนี่คือ 6 เตียงนอน

เชื่อเถอะค่ะ เพราะเบาะที่เราเห็นเป็นที่พนักพิงทั้ง 2 ด้าน
สามารถขยายออกมาเป็นเตียงได้ด้านละเตียงค่ะ
 
แต่น แต้น!!!
 
เจ๋งป่ะหละ สุดยอด!!!
ใช้สอยพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าสุด ๆ เลยค่ะ
โดยไม่ดูผู้โดยสารตาดำ ๆ เลยค่ะ ว่าโคตรลำบากอ่ะ
ถ้าคนกลางจะนอนที อีก 2 คนที่เหลือ ก็ต้องนอนด้วยอ่ะค่ะ
(ก็เดี้ยนนี่แหละคนกลาง หมั่นไส้คุยกันเสียงดัง เลยดึงเตียงลงมานอนซะเลย)
 
อันนี้เป็นอีกด้านนึงค่ะ นอนได้ 2 คน 
ยังไงอ่ะเหรอค่ะ?
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
\/
ก็แบบนี้ไงค่ะ

เอาเบาะมาประกบกันก็เป็นเตียงล่ะ
 
ตั๋วรถไฟขาไปค่ะ เดินทางจาก Bangalore City - Agra Cantt (เป็นเมืองที่ตั้งของทัชมาฮาล)
ราคา 2,944 รูปี (2 คน)
 
ไม่รู้ว่าสะดวกมัน หรือมันแอบประหยัดค่ะ
นโยบายไปด้วยกันใช้ตั๋วใบเดียวกันซะงั้น
ได้ข่าวว่าเดี้ยนก็ไม่ใช่แฝดอิน-จัน ที่จะตัวติดกันตลอดเวลาอ่ะนะ
คิดดูแล้วกัน ถ้าเกิดคนที่ถือตั๋ว เกิดลืมเอาตั๋วมา หรือทำตั๋วหาย
ซวยกันทั้งสองคนอ่ะค่ะ โดนนรเทศออกจากรถแหง๋มๆ
(แต่กรณีนี้ คนถือตั๋วคือโจ๊กเอง ก็เลยรอดมาได้ เอิ้กๆๆ)
 
แล้วการตรวจของคุณพี่นายรถไฟ เขาก็ขยั้นขยัน
เดินตรวจได้ทุกสถานีน่ะคะ ขนาดเดี้ยนหลับอยู่ ยังมีสะกิด
อยากถามว่า.... หน้าแปลก ๆ ของเดี้ยนเนี่ย ไม่ได้สะกิดต่อมความจำพี่เลยใข่ป่ะ?
 
ตั๋วรถไฟขากลับค่ะ เดินทางจาก H Nizamliddin (ชื่อสถานนีที่กรุงเดลลี) -Yesvantpur JN
 (สถานนีที่บังกะลอว์ ใกล้บ้านโจ๊กกว่าที่สถานีหลักค่ะ)
ราคา 1,394 รูปี (2 คน)


ขากลับหมดตัวค่ะ เลยนั่งชั้นธรรมดามา (ลำบากกว่าเดิม)
เพราะผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนก็ไม่มีให้
ไอ้เราก็ไม่ได้เตรียมมา นอนมันทั้งโล้น ๆ แบบนั้นแหละ

ดีที่ตอนนั้นช่วงปลายปี อากาศหนาวค่ะ จำได้ว่าใส่เสื้อ 3 ชั้นมั้ง
แต่ก็ยังดีค่ะ อากาศหนาว ๆ ทำให้เหงือไม่ออก
กลิ่นตัวไม่ค่อยแรงกันเท่าไหร่

ก็คิดดูสิค่ะ อยู่บนรถไฟ 2 วัน น้ำก็ไม่ได้อาบ
แม้แต่จะกินน้ำยังไม่กล้ากินเลย กลัวปวดฉี่
เพราะปวดฉี่แล้วเรื่องยาวค่ะ เพราะห้องน้ำเนี่ย ไม่น่าภิรมย์สักเท่าไหร่
ถ้าเป็นไปได้ กลั้นให้หน้าเขียวไว้ น่าจะดีกว่าค่ะ
(อันนี้น้อง ๆ อย่าทำเป็นเยี้ยงอย่างนะค่ะ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีค่ะ)
 
ส่วนอาหารไม่ต้องพูดถึง ว่าขามาแย่แล้วนะ
ขากลับแทบอดอยากอ่ะ มาให้กินแต่ละอย่าง
มีแต่ไข่ กับผัก แถมรสชาติจืดสนิท
 
เท่านั้นยังไม่พอ ตลอดการเดินทาง
จะมีเด็กเดินขายน้ำ โดยจะขายพวกชา กาแฟ และน้ำเปล่าเป็นส่วนใหญ่
พอเราซื้อให้แบงค์เก่ามันไป
 
ขอโทษ!!! มันไม่รับนะคะ ปรี๊ดค่ะ ปรี๊ด!!!
ได้ข่าวว่าเงินเนี่ย เดี้ยนไม่ได้ผลิตเองนะยะ
ก็เอามาจากพวกแกเนี่ยแหละ
 
..............แต่สุดท้ายก็ต้องซื้อมัน
เพราะเด็กนี่มันเดินอยู่เจ้าเดียวทั้งขบวน
เจ็บใจ แต่ทำอะไรมันไม่ได้ ต้องซื้อน้ำมันกินง่ะ
 
เอ่อ....
โม้มาตั้งนาน รถไฟยังไม่ออกจากสถานีเลย
เอาเป็นว่า มาต่อตอนหน้าแล้วกันนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
Credit รูปรถไฟ
- http://www.team-bhp.com/forum/travelogues/97965-shirdi-pune-nasik-railway-chronicles-xobile.html
- http://www.indiamike.com/india/indian-railways-f10/sleeper-class-details-and-photos-t48782
- http://www.seat61.com/India.htm
 

Comment

Comment:

Tweet

เดินตอนคนยังไม่นอน ไม่มีปัญหาค่ะ
แต่เดินตอนนอนกันแล้วเนี่ย นรกชัดๆ ค่ะsad smile

#2 By JokeKo on 2012-02-02 12:17

อุ๊แม่เจ้า ใช้สอยพื้นที่ดีเกินไปก่า เกิดคนตรงกลางรูปร่างท้วมขึ้นมาหน่อยนิ ชีวิตคนนอนริมนิลำบากสุดๆ แน่เลย sad smile

#1 By hongsoo on 2012-02-01 22:36