มาเริ่มกันเลยดีกว่า
 
เดินเข้ามาปุ๊ป เราก็จะได้พบเห็นทัชมาฮาลสีขาว อันงามสง่าค่ะ
 
แต่การจะเดินขึ้นไปบนทัชมาฮาล
ไม่ใช่เรื่องง่ายค่ะ คุณเลือกได้เพียง 2 อย่าง
หนึ่ง เดินเท้าเปล่าขึ้นไป
สอง ซื้อถุงครอบรองเท้า ที่แพงแสนแพง
 
แต่โจ๊กเลือกแล้วค่ะ!!!
เลือกที่จะจ่ายแพง
ดีกว่ารองเท้าหาย หรือเท้าผุพอง
เพราะต้องเดินไปบนหินอ่อนร้อน ๆ ไม่เสี่ยงค่ะ
(โจ๊กไปถึงจะเืี่ที่ยงแล้วอ่ะค่ะ)
 
จำได้ว่าไอ้ที่ใส่คลุมรองเท้าเนี่ย
มันก็ทำจากกระดาษ ธรรมด๊า ธรรมดา
แต่คนอินเดียขายโจ๊ก คู่ละ 100 ค่ะ
ไม่ทราบว่าใส่แล้วตูจะเหาะเหินเดินอากาศได้มั้ย???
 
ที่ใส่คลุมรองเท้า เวลาเดินขึ้นทัชมาฮาลส่วนที่เป็นหินอ่อนค่ะ
ใส่ไปไม่เท่าไหร่ก็ขาดล่ะ!
 
ทางเข้าไปในห้องตั้งพระศพของพระเจ้าชาลชะฮาล และพระนางมุมตัซ มาฮาลค่ะ
ซึ่งอยู่ใจกลางของทัชมาฮาลเลยทีเดียว
ห้องนี้เขาไม่ให้ถ่ายรูปปค่ะ เลยไม่ได้ถ่ายภาพมาฝาก
 
แต่คาดว่าพระศพคงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วละค่ะ
คงมีคนอัญเชิญไปไว้ที่อื่นแล้ว
เพราะที่นี่วุานวายค่ะ คนเข้า-ออกต่อวัน เป็นพันเลยทีเดียว
 
อีกมุมนึงของทัชมาฮาลค่ะ
 
ลายแกะสลักที่อยู่รอบ ๆ ค่ะ จะเป็นดอกอะไรบ้างนั้น ก็สุดรู้ค่ะ
รู้แต่ว่าคงไม่ใช่ดอกส้มสีทองแน่ ๆ 555
 
หินอ่อนดูขาวนวล สวยมาก ๆ ค่ะ
 
เป็นลานด้านหลังของทัชมาฮาลค่ะ แม้แต่พื้น ก็ยังเป็นหินอ่อน

 
แม่น้ำยุมนาค่ะ ช่วงที่โจ๊กไปเป็นหน้าแล้งค่ะ สันทรายขึ้นเต็มเลย
 

เขาว่ากันว่า บริเวณอีกฝั่งนึงของแม่น้ำยุมนา ที่ตรงข้ามกับทัชมาฮาล
พระเจ้าชาลชะฮาล ทรงตั้งใจจะสร้าง
ทัชมาฮาลสีดำ  โดยใช้หินอ่อนสีดำ
และตั้งใจให้เป็นที่ประทับของพระองค์เอง
เมื่อเวลาพระองค์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว
เพื่ออยู่คู่กับพระมเหสีที่รักตลอดไป
"ดั่งดวงตะวัน คู่จันทรา"
 
แต่น่าเสียดายค่ะ ลูกชายของพระองค์ได้ยับยั้งเอาไว้
เนื่องจากการสร้า้งทัชมาฮาลนั้น เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน
และต้องใช้กำลังคนเป็นจำนวนมาก
รวมถึงหินอ่อนสีดำนั้น ต้องมีการนำเข้ามาจากที่อื่นอีกด้วย

เจ้าชายจึงทรงคุมขังเสร็จพ่อของพระองค์ไว้
โดยพระเจ้าชาลชะฮาล ทรงไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด
แต่ทรงร้องขอเพียงคำขอสุดท้าย คือ.......

"ให้พระองค์ได้เห็น ทัชมาฮาล ได้ตลอดเวลา
ทั้งในยามตะวันขึ้นและตกดิน และแม้ในยามค่ำคืน
ที่แม้ทรงได้เห็นแค่เพียงเงา เท่านั้นพระองค์ก็ยินดี"
(ซึ้ง........)
 
ถ้ามีใครสักคน รักเราได้แบบนี้ก็คงจะดีนะค่ะ!!!
 

 
ในทัชมาฮาลเนี่ยจะมีสระน้ำอยู่ด้านข้างด้วยค่ะ

ตอนแรกโจ๊กก็งงว่า เขามีไว้ทำไม
แถมยังมีคนกล้า เอาน้ำมาวัก ๆ ล้้างตัว ล้างเท้าอีก
คิดในใจว่า เดี๋ยวเหอะพวกแก เดี๋ยวยามก็เอาไม้มาไล่หรอก
 
แต่เปล่าค่ะ ทุกอย่างเงียบสงบ......
เขาก็ยังล้างของเขาไป
สุดท้ายเพิ่งถึงบางอ้อค่ะ
ว่าจริง ๆ แล้วเขาพวกนี้เป็นชาวมุสลิมค่ะ
ที่เขาล้างตัว ก็เพื่อจะเข้าไปละหมาดนี่เอง
 
จะมีตึกที่ให้เข้าไปละหมาด หน้าตาแบบนี้ อยู่ 2 ข้างของทัชมาฮาลเลยล่ะค่ะ

คนเยอะเชียวค่ะ
 
เป็นยังไงบ้างค่ะกับ Taj Mahal
1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
น่ามาเที่ยวสักครั้ง ใช่มั้ยละค่ะ???
 
แต่ยังค่ะ............
 
ถ้าคิดว่าโจ๊กจะหมดเพียงแต่นี้ล่ะก็
ยังก่อนค่ะ ยังมีเก็บตกให้ชมอีกเล็๋กน้อย
ก่อนเราจะจากเมือง Agra ไปสู่ Delhi
 
Auto ของรัฐ Uttar Pradesh หรือแถวบ้านเราเรียกว่า
"อุตระประเทศ" (เรียกซะไทยเชียว)
 
ที่รัฐ Uttar Pradesh เนี่ย Auto เขาจะเป็นสีเขียว-เหลืองค่ะ
แต่ที่รัฐ Kanataka ที่โจ๊กอยู่ จะเป็นดำ-เหลืองค่ะ
แยกกันอย่างชัดเจนค่ะ เพื่อง่ายในการดูแล
(จริงหรือ???)
 
กระบวนแห่อะไรสักอย่างอ่ะค่ะ พอดีผ่านมาก็เลยถ่าย "สาวอินเดียเอาหม้อเทินหัว" ไว้สักหน่อย
 
ที่อินเดียเนี่ย การเอาหม้อ ชามรามไห มาเทินหัว
เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ บางคนไม่ต้องเอามือจับเลยก็มีค่ะ
เหตุผลน่ะ...... ก็มีอยู่หรอก
 
เพราะผู้หญิงอินเดีย เขามีลูกกันเยอะค่ะ
ไอ้จะถือแต่ของแล้วไม่ดูลูก เดี๋ยวสามีก็จะด่าเอา
ก็เลยไสหัว (เอ้ย!!!) หัวใส
เอาของเิทินไว้บนหัว แล้วเดินจูงลูกมันซะเลย
 
เออ.....
Multifunction ดีเหมือนกันเนอะ ผู้หญิงอินเดียเนี่ย!!!
 
มีใครแถวนี้ อยากรับไว้สักคนมั้ยค่ะ???

 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

น่าไปซักครั้งนึงนะที่นี่ ลายหินอ่อนละเอียดมากกก confused smile Hot!

#1 By sorbet* on 2012-02-20 21:32