ย้อนรอย
พอเดินออกมาข้างนอก ก็มีร้านขายของฝาก
และร้านขายหินอ่อนเต็มไปหมดเลยค่ะ
จริง ๆ ก็อยากได้อยู่หรอก
แต่อีพวกคนขาย มันก็ร้องเรียกเข้าร้านตลอดทางที่เดินค่ะ
แบบว่าถ้าหลวมตัว เข้าไปคงยาวแหง๋ๆ
(ตูรู้แกว  อย่ามา อย่้ามา)
 
แต่ใจก็ยังอยากได้ของฝากไปให้แม่อยู่ดี
ไหน ๆ มาถึงทัชมาฮาลทั้งที จะไมัมีของฝากเลยก็กระไรอยู่
ก็เลยปากพล่อยไปถามคนขับสามล้อ
ที่เราเหมาเขามาเนี่ยแหละค่ะ
อีตานี่ก็ดีแสนดี  คงคิดว่าตูเนี่ย มีตังค์เยอะ
พาไปกินข้าว ก็ไปซะร้านหรูเลย
ว่าวซื่อ ๆ ก็คือ บ่มีปัญหากินค่ะ แพงเกิ้น
 
พอบอกให้พาไปร้านของฝาก
ป๊าด!!!   รู้ตัวเลยว่าตูต้องโดนต้มเป็นหมูสุกแน่นอน
หรูซะ (แบบว่าหน้าตูดูมีตังค์มากใช่ม๊ะ???)
แต่มาจอดหน้าร้านล่ะ จะไม่ลงก็คงจะไม่ได้
ก็เลยปฎิญาณตนว่า จะใจแข็ง
เดิน... เดิน... เดิน...
ไม่ใจอ่อนต่อสิ่งใดทั้งสิ้น และจะไม่ซื้ออะไรทั้งนั้นค่ะ
 
แต่อีคนขายเหมือนล่วงรู้ความในใจของเดี้ยน!!!
มันพยายามอย่างหนักค่ะ ที่จะเสนอขายให้ได้
 
อีคนขาย : นี่เป็นโต๊ะหินอ่อนที่ฝังด้วยหินสี
               โดยใช้เทคนิคเช่นเดียวกับที่ทำให้
               ทัชมาฮาลเลยทีเดียวนะแมม
               (หน้าตูดูอยากรู้เหรอ?)
โจ๊ก :       อือ เท่าไหร่อ่ะ
อีคนขาย : 7,000 รูปีเท่านั้นแมม
โจ๊ก :       บ้าไปแล้ว!!!
               (นั่นมันมากกว่าค่าเช่าห้องตูเดือนนึงอีกนะเนี่ย)
               มันใหญ่อ่ะ แบกไปไม่ไหวหรอก
               (พยามยามหาทางบ่ายเบี่ยง)
อีคนขาย : ไม่เป็นไรแมม เรามีบริการส่ง (มันยังเอาจนได้)
               เรามีเป็นรูปทัชมาฮาลด้วยนะแมม
               ราคา 10,000 รูปีเท่าั้นั้นเอง
โจ๊ก :         แว๊ก!!! 
               (ตังค์ทั้งเดือนเลยนะนั่น!!!)
 
โจ๊กก็เลยว่าวไปซื่อ ๆ ว่าโจ๊กเป็นนักศึกษาอยู่นะ
คงไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก มันเลยเปลี่ยนแผนค่ะ
ลากโจ๊กมาดูกล่องหินอ่อนอันเล็ก ๆ แทน
 
อีคนขาย : กล่องนี้น่าจะถูกใจแมมนะ
โจ๊ก :       เท่าไหร่อ่ะ
อีคนขาย : 3,000 รูปี
โจ๊ก :       ตูก็ยังไม่มีตังค์อยู่ดีอ่ะ
              พาไปดูกล่องเล็ก ๆ ราคาถูก ๆ อ่ะ มีป่ะ
              (ใจจริงอยากชิ่งแทบตาย แต่ถิ่นมันๆ ท่องไว้)
อีคนขาย : อ่ะแมม กล่องหินอ่อนสีดำ จะถูกกว่าหินอ่อนสีขาว
โจ๊ก :       เท่าไหร่อ่ะ
อีคนขาย : 600 รูปี
โจ๊ก :       บ้าไปแล้ว กล่องเท่า...มด เนี่ยนะ???
 
คือไม่ใช่ว่างก หรืออะไรหรอกนะคะ
แต่เห็นว่าของมันไม่คุ้มกับราคาเลยอ่ะ
ด้วยความยั้วะเล็กน้อย ถึงปานกลาง
โจ๊กเลย จับกล่องหินอ่อนสีดำอันนึง
แล้วก็ถามมันแบบกวน ๆ ว่า
"อันนี้ 200 รูปี ขายป่ะ?"

ไม่รู้อีคนขายมันมันยั้วะเหมือนกัน
หรือมันขี้เกียจขาย มันดันให้ซะงั้น
  Amazing!!!!

ก็เลยได้กล่องหินอ่อนสีดำ ลงลายมุกรูปทัชมาฮาล
มาด้วยประการฉะนี้ค่ะ
แบบว่าเข้าไปนานมาก แต่ได้ของมาชิ้นเดียวง่ะ
 
จริง ๆ จะว่าไปก็ได้ความรู้เหมือนกันนะคะ
เพราะอีคนขายเขาอธิบายให้ฟังถึง
หลักการดูหินอ่อนแท้ ๆ ด้วยค่ะ
1. หินอ่อนแท้ จะมีความโปร่งแสงสูงค่ะ
    ถึงหินอ่อนจะหนาแค่ไหน เวลาส่องไฟแล้ว
    จะเห็นแสงไฟทะลุผ่านมาอีกด้านนึงได้ค่ะ

2. หินอ่อนแท้ จะแข็งแรงมากค่ะ
    จะไม่ถูกขูดขีดง่าย เหมือนหินชนิดอื่น ๆ
 
จริง ๆ มันก็เป็นความรู้ดีอ่ะนะค่ะ แต่น่ารำคาญไปหน่อย
ชอบเห็นตูเป็นหมูในอวยอยู่ได้
 
แต่เรื่องแบบนี้ โจ๊กก็ไม่แน่ใจว่า
จะมีในประเทศไทยด้วยหรือเปล่า
เพราะคนไทยเอง คงไม่ค่อยจะเคยโดนหรอกค่ะ
ส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่ง นักท่องเที่ยวทั้งนั้นแหละค่ะ
ก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน เข้าใจหัวอก
 
แต่ก็เข้าใจคนอินเดียด้วยเช่นกันค่ะ
ก็คนทำมาหากินนี่เนอะ
ไม่ว่าจะคนไทย หรืออินเดีย
ก็ต้องปากกัดตีนถีบ เหมือนกันนั่นแหละค่ะ
 
คนอินเดียที่โจ๊กเห็นก็สู้ชีวิตมากจริง ๆ นะค่ะ
เพราะเวลาโจ๊กเดินทางโดยใช้รถทัวร์เนี่ย
จะมีคนขึ้นมาขายของ ระหว่างรถจอดติดไฟแดงบ้างล่ะ
เวลารถจิดส่งคนบ้างล่ะ
 
ด้วยความที่มีหลายเจ้า ต้องแข่งขันกันสูง
ขายธรรมดา ๆ อย่างเดียวไม่น่าสนใจค่ะ
ต้องมีการสาธิตแบบแปลก ๆ แหวกแนวด้วย
ถึงจะน่าสนใจ และขายได้
แต่ที่น่าเห็นใจ คือ ต้องใช้เวลาจำกัด
แถมตะโกนเสียจนเสียงแหบ เสียงแห้ง
บางทีก็มีลูกค้า บางทีก็ไม่มี
วัน ๆ จะขายได้สักกี่ชิ้นก็ไม่รู้ชะตากรรม
 
คนที่มีความรู้ภาษาอังกฤษหน่อย เขาก็ไปเป็นไกด์
หรือบริการพวกนักท่องเที่ยวฝรั่ง ซึ่งก็จะได้ทิปเยอะอยู่
 
บางทีการคิดแบบนี้ ก็ทำให้เข้าใจเขามากขึ้น
แต่.........
จะเข้าใจยังไงก็คงไม่สามารถเอามาเป็นแฟนได้อ่ะค่ะ
ไม่งั้นป่านนี้คง

 มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมืองไปแล้ว
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบตอนสาธิตการขายของ จินตนาการภาพออกเลย 5555!!

#2 By IdLi-ChutNey (115.108.36.247) on 2012-03-11 22:40

ฮิฮิ พาไปเที่ยวอีกนะครับ สนุกดี